เพื่อจะเข้าใจภูมิปัญญาชาวบ้าน จำเป็น ต้องเข้าใจความคิดของชาวบ้านเกี่ยวกับโลก  หรือที่เรียกว่า โลกทัศน์ และเกี่ยวกับชีวิต หรือที่เรียกว่า ชีวทัศน์ สิ่งเหล่านี้เป็นนามธรรมอันเกี่ยวข้องสัมพันธ์โดยตรงกับการแสดงออกใน
 ลักษณะต่าง ๆ ที่เป็นรูปธรรม
          แนวคิดเรื่องความสมดุลของชีวิต เป็นแนวคิด พื้นฐานของภูมิปัญญาชาวบ้าน การแพทย์แผนไทยหรือที่เคยเรียกกันว่า การแพทย์แผนโบราณ นั้น มีหลักการว่า คนมีสุขภาพดีเมื่อร่างกายมีความสมดุลระหว่างธาตุทั้ง ๔ คือ ดิน น้ำ ลม ไฟ  คนเจ็บไข้ได้ป่วยเพราะธาตุขาดความสมดุล จะ มีการปรับธาตุ โดยใช้ยาสมุนไพรหรือวิธีการ อื่น ๆ คนเป็นไข้ตัวร้อน หมอยาพื้นบ้านจะให้ยาเย็นเพื่อลดไข้ เป็นต้น
          การดำเนินชีวิตประจำวันก็เช่นเดียวกัน ชาวบ้านเชื่อว่าจะต้องรักษาความสมดุลในความสัมพันธ์สามด้าน คือ           ความสัมพันธ์กับคนในครอบครัว ญาติพี่น้อง เพื่อนบ้านในชุมชน ความสัมพันธ์ที่ดี มี หลักเกณฑ์ที่บรรพบุรุษได้สั่งสอนมา เช่น ลูก ควรปฏิบัติอย่างไรกับพ่อแม่ กับญาติพี่น้อง กับ ผู้สูงอายุ คนเฒ่าคนแก่ กับเพื่อนบ้าน พ่อแม่ ควรเลี้ยงดูลูกอย่างไร ความเอื้ออาทรต่อกันและ กัน ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน โดยเฉพาะในยามทุกข์ยากหรือมีปัญหา ใครมีความสามารถพิเศษก็ใช้ ความสามารถนั้นช่วยเหลือผู้อื่น เช่น บางคน เป็นหมอยา ก็ช่วยดูแลรักษาคนเจ็บป่วยไม่สบายโดยไม่คิดค่ารักษา มีแต่เพียงการยกครู หรือ การรำลึกถึงครูบาอาจารย์ที่ประสาทวิชามาให้ เท่านั้น หมอยาต้องทำมาหากินโดยการทำนาทำ ไร่ เลี้ยงสัตว์เหมือนกับชาวบ้านอื่น ๆ บางคนมี ความสามารถพิเศษด้านการทำมาหากิน ก็ช่วย  สอนลูกหลานให้มีวิชาไปด้วย
          ความสัมพันธ์ระหว่างคนกับคนในครอบครัวในชุมชน มีกฎเกณฑ์เป็นข้อปฏิบัติและข้อห้าม อย่างชัดเจน มีการแสดงออกทางประเพณี พิธีกรรม และกิจกรรมต่าง ๆ เช่น การรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ การบายศรีสู่ขวัญ เป็นต้น
          ความสัมพันธ์กับธรรมชาติ ผู้คนสมัยก่อน พึ่งพาอาศัยธรรมชาติแทบทุกด้าน ตั้งแต่อาหารการกิน เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัยและยารักษาโรควิทยาศาสตร์และเทคโนโลยียังไม่พัฒนาก้าวหน้า เหมือนทุกวันนี้ ยังไม่มีระบบการค้าแบบสมัยใหม่
ไม่มีตลาด คนไปจับปลาล่าสัตว์ เพื่อเป็น อาหารไปวัน ๆ ตัดไม้เพื่อสร้างบ้านและใช้สอยตามความจำเป็นเท่านั้น ไม่ได้ทำเพื่อการค้า ชาวบ้านมีหลักเกณฑ์ในการใช้สิ่งของในธรรมชาติ ไม่ตัดไม้อ่อน ทำให้ต้นไม้ในป่าขึ้นแทนต้นที่ ถูกตัดไปได้ตลอดเวลา
       ชาวบ้านยังไม่รู้จักสารเคมี ไม่ใช้ยาฆ่าแมลง ฆ่าหญ้า ฆ่าสัตว์ ไม่ใช้ปุ๋ยเคมี ใช้สิ่งของในธรรมชาติให้เกื้อกูลกัน ใช้มูลสัตว์ ใบไม้ใบ หญ้าที่เน่าเปื่อยเป็นปุ๋ย ทำให้ดินอุดมสมบูรณ์ น้ำสะอาดและไม่เหือดแห้ง
         ชาวบ้านเคารพธรรมชาติ เชื่อว่ามีเทพมีเจ้า  สถิตอยู่ในดิน น้ำ ป่า เขา สถานที่ทุกแห่ง จะทำอะไรต้องขออนุญาตและทำด้วยความเคารพ และพอดีพองาม ชาวบ้านรู้คุณธรรมชาติ ที่ได้ ให้ชีวิตแก่ตน พิธีกรรมต่าง ๆ ล้วนแสดงออกถึง แนวคิดดังกล่าว เช่น งานบุญพิธีที่เกี่ยวกับ น้ำ ข้าว ป่าเขา รวมถึงสัตว์ บ้านเรือน เครื่องใช้ต่าง ๆ มีพิธีสู่ขวัญข้าว สู่ขวัญควายสู่ขวัญเกวียน ทางอีสานมีพิธีแฮกนา หรือแรกนา เลี้ยงผีตาแฮก มีงานบุญบ้านเพื่อเลี้ยงผีหรือ  สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำหมู่บ้าน เป็นต้น

          ความสัมพันธ์กับสิ่งเหนือธรรมชาติ ชาว  บ้านรู้ว่ามนุษย์เป็นเพียงส่วนเล็ก ๆ ส่วนหนึ่งของจักรวาล ซึ่งเต็มไปด้วยความเร้นลับ มีพลัง และอำนาจที่เขาไม่อาจจะหาคำอธิบายได้ ความ เร้นลับดังกล่าวรวมถึงญาติพี่น้องและผู้คนที่ล่วง  ลับไปแล้ว ชาวบ้านยังสัมพันธ์กับพวกเขา ทำบุญและรำลึกถึงอย่างสม่ำเสมอทุกวันหรือใน โอกาสสำคัญ ๆ นอกนั้นเป็นผีดีผีร้าย เทพเจ้า    ต่าง ๆ ตามความเชื่อของแต่ละแห่ง สิ่งเหล่านี้    สิงสถิตอยู่ในสิ่งต่าง ๆ ในโลก ในจักรวาลและ อยู่บนสรวงสวรรค์


Comment

Comment:

Tweet

this is really an amazing post i love this and just going to share this with my friends

#1 By imitation swiss watches (41.206.11.6) on 2012-02-21 06:16